ganaral_sale_cargo

Just another WordPress.com weblog

ทรงพระเจริญ

  • ทรงพระเจริญ

กรกฎาคม 13, 2008 แสดงความเห็นโดย sutatddt | ในหลวงของเรา | | No Comments Yet

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา

นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในทุกด้านด้วยตั้งพระราชปณิธานมั่นว่า จะทรงอุทิศพระองค์เพื่อบำเพ็ญพระราชกรณียกิจที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นของพสกนิกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติจึงครอบคลุมไปทั่วทุกภูมิภาค ทรงเยี่ยมราษฎรทุกจังหวัด-ทุกภาคทั่วประเทศและเสด็จฯ เยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ในฐานะองค์พระประมุขของชาติ ส่วนในด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงเป็นนักดนตรี จิตรกร นักถ่ายภาพ นักคิดนักประดิษฐ์ นักกีฬาเรือใบ นักประชาสัมพันธ์ นักสังคมสังเคราะห์ นักการทูตและสถาปนิก

พระองค์สนพระราชหฤทัยด้านศิลปะเป็นพิเศษ ได้ทรงงานทางทัศนศิลป์ไว้หลายประเภท งานศิลปะฝีพระหัตถ์กล่าวได้โดยสังเขป คือ

ในด้านศิลปะการเขียนภาพ (จิตรกรรม) ทรงเริ่มสนพระราชหฤทัยเขียนภาพโดยการฝึกเขียนเอง ทรงซื้อตำรามาศึกษาค้นคว้า (ประมาณพุทธศักราช ๒๔๘๐ – ๒๔๘๘) เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ก็เริ่มทรงเขียนภาพตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๒ ถึงพุทธศักราช ๒๕๑๐ มีผลงานด้านจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ถึง ๑๐๗ ภาพ ปลายพู่กันของแต่ละภาพทรงใช้พระนามย่อว่า “ภ.อ.”

การถ่ายรูป การเล่นกล้องถ่ายภาพยนตร์ และการถ่ายภาพสไลด์ ก็เป็นงานอดิเรกที่โปรดมาก พระองค์สนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งดำรงพระฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ตามเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชนิวัติประเทศไทยคราวใดก็จะเห็นพระองค์ทรงสะพายกล้องถ่ายรูปบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทุกแห่งที่ได้เสด็จฯ ไป เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ก็ทรงฉายพระรูปสมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และบันทึกภาพประชาชน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในระหว่างทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ

งานช่างและการดนตรีเป็นศิลปะที่โปรดมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โปรดการสร้างหุ่นจำลองเรือรบ เรือใบ ประดิษฐ์ของเล่นเมื่อครั้งเสด็จฯ นิวัติกรุงเทพฯ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ทรงจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ พระองค์สนพระราชหฤทัยกีฬาเรือใบ ทรงต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง โดยมีอู่ต่อเรือและสระทดลองเล่นเรือภายในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทรงต่อเรือใบประเภทโอเค หรือใบประเภทม็อธ และเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ ทรงใช้เรือที่ต่อเองในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ เมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ ทรงเป็นผู้ชนะเลิศกีฬาเรือใบประเภทโอเค ในครั้งนั้นและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง

ในด้านศิลปะงานช่างประติมากรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยและทรงงานศิลปะฝีพระหัตถ์ด้านนี้ระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๘ – ๒๕๑๐ โดยมีนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นที่ปรึกษาและถวายงาน ผลงานด้านประติมากรรมคือ พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รูปปั้นหญิงนั่งคุกเข่า พระพุทธนวราชบพิตร และพระพิมพ์ส่วนพระองค์

ส่วนการพระราชนิพนธ์เพลงและทรงดนตรีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงพระฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ขณะทรงศึกษาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงศึกษาวิชาดนตรีจากหนังสือ ทรงฝึกเครื่องดนตรี และทรงมีพระอาจารย์ถวายคำแนะนำ โปรดเครื่องดนตรีประเภทเป่า เช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต ทรัมเป็ต ทรงฝึกตามแบบฉบับการศึกษาดนตรีอย่างแท้จริง คือฝึกตามโน้ตบรรเลงแบบคลาสสิค ทรงโปรดดนตรีแจ๊ส ภายหลังเมื่อขึ้นครองราชย์แล้วทรงเปียโนเพิ่มขึ้นเพื่อทรงใช้ประกอบการพระราชนิพนธ์เพลง ทรงเชิญนักดนตรีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมบรรเลงและแต่งเพลงสมัครเล่น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ ได้มีการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลง ณ คอนเสริต์ฮออล์ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย รัฐบาลออสเตรียได้ส่งกระจายเสียงเพลงและเสนอข่าวทั่วประเทศ ในครั้งนี้รัฐบาลออสเตรีย ได้ถวายพระเกียรติให้ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา

ผลงานศิลปะฝีพระหัตถ์ทั้ง ๕ สาขาที่กล่าวมาโดยสังเขปนี้ มีเป็นจำนวนมากและทรงคุณค่ายิ่ง ทรงเป็นศิลปินโดยแท้ มิได้เพียงสมัครเล่น พระราชอัจฉริยภาพดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์เป็นอันดับที่ ๒๑ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ มหาวิทยาลัยศิลปากรทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรม พุทธศักราช ๒๕๐๘ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาว่าทรงเป็น “อัครศิลปิน” เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๙ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐

กรกฎาคม 13, 2008 แสดงความเห็นโดย sutatddt | ในหลวงของเรา | | 1 ความเห็น

Long Live His Majesty the King

มีเจ้าหน้าที่อินเตอร์คนนึง (เป็นคนไทยแต่ไปทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น แนวๆผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศอะไรทำนองนั้นล่ะ) นั่งอยู่ในที่ประชุมของคนญี่ปุ่นระดับสูง (แต่คนญี่ปุ่นไม่รู้ว่าพี่คนนี้เป็นคนไทย) หลังเกิดเหตุปฏิรูปการปกครองเมื่อปีที่แล้ว (พี่คนนี้บอกว่าอยู่ที่ญี่ปุ่นรู้ความคืบหน้าเร็วกว่าคนไทยในเมืองไทยซะอีก) คนญี่ปุ่นลงมติว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลไทย ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศก็ตาม ตราบใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันยังอยู่ ญี่ปุ่นจะยังคงสนับสนุนประเทศไทย ไม่เปลี่ยนท่าที” Long Live His Majesty the King “นี่เธอ บอกฉันหน่อยสิ ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงนักนะ” “อ้าว มารศรี ถามอะไรแปลก ๆ เวลาเรารักใคร เราต้องถามเหตุผลด้วยเหรอ” “ก็ฉันอยากรู้นี่ ที่อเมริกาไม่มีอย่างนี้แน่นอน คนอเมริกันไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเป็นไปได้อย่างไรที่คนทั้งประเทศจะมีความรัก เทิดทูนบูชามากมายให้กับคน ๆ เดียวอย่างนี้ได้” “ฉันว่าอาจเป็นเพราะว่าท่านทรงรักเมตตาประชาชนอย่างจริงใจ ทรงให้โดยไม่หวังผลตอบแทนอะไรสำหรับพระองค์เอง เธอว่าไหม น่าเสียดายแทนคนอเมริกันนะที่ไม่มีอย่างเรา” “จริงของเธอ แต่คนอเมริกันเองก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองขาดอะไรไป They don,t know what they,re missing. ระบบของสหรัฐเป็นไม้เบื่อไม้เมากับสถาบันนี้มานานแล้ว เพราะว่าสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ต้องเสียภาษีให้กับพระราชาอังกฤษโดยไม่ได้รับสิทธิอะไร จนในที่สุดก็ลุกฮือขึ้นมาปฏิวัติประกาศอิสรภาพ” “อ้าว…อเมริกาเคยมีปฏิวัติด้วยเหรอ” “มีสิ เขาเรียกว่า The American Revolution = การปฏิวัติอเมริกัน แต่มันต่างจากปฏิวัติแบบบ้านเรานะ เพราะนั่นเป็นการปฏิวัติจริง ๆ ประชาชนลุกฮือขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกันจริง ๆ อย่างของเราที่เรียกว่าปฏิวัตินั่นน่ะ ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า coup d,etat = รัฐประหาร ซึ่งเป็นการยึดอำนาจโดยคนกลุ่มหนึ่ง แม้จะอ้างว่าทำในนามประชาชน แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีฐานมวลชนให้การสนับสนุนแบบปฏิวัติอเมริกันหรือปฏิวัตฝรั่งเศส” “แสดงว่าพระราชาของประเทศเขาไม่ได้เป็นที่รักเคารพบูชาเหมือนในหลวงของเราล่ะสิ” “ถูกต้อง พระราชาอังกฤษบางพระองค์ อย่าง Jame II ยังโดนปฏิวัติเลย ฝรั่งไม่เคยมีในหลวงแบบเรา ดังนั้นเขาจะเข้าใจยากมาก เผลอ ๆ คิดว่าเป็น personality cult = ลัทธิบูชาตัวบุคคลแบบเกาหลีเหนือไปโน่น ซึ่งฉันก็ต้องคอยอธิบายอยู่เรื่อยว่าไม่ใช่ มันคนละเรื่องกันเลย เปรียบเทียบกันไม่ได้เลย แต่เธอรู้ไหมว่าฝรั่งประทับใจอะไรกับในหลวงมากที่สุด” “ที่ท่านประสูติที่ Cambridge, Massachusetts เหรอ” “ไม่ใช่ เขาประทับใจที่สุดที่พระองค์ทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า พระราชาก็ทำผิดได้ เพราะในภาษาอังกฤษมีภาษิตเก่าแก่ว่า “The King can do no wrong” ซึ่งขัดต่อความรู้สึกของคนอเมริกันมาก ดังนั้นพอในหลวงของเราตรัสว่า “The King can do wrong” ฝรั่งรู้ทันทีเลยว่า นี่แหละ เป็น enlightened monarch คือ เป็น พระราชาที่รู้แจ้งเห็นจริง เป็นนักประชาธิปไตยตัวจริง ไม่ใช่พระราชาธรรมดา” “นายมาร์ติน วีลเลอร์” ชาวอังกฤษ ผู้มีปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยลอนดอน แต่มาปักหลักเป็น “เกษตรกรไทย” แต่งงานกับคนไทยอยู่ที่ขอนแก่นขณะนี้มาให้อ่านเพื่อได้คิดกันคนไทยโชคดีมากๆ ที่ได้ในหลวงเป็นผู้นำ พระองค์ท่านเป็นคนที่ทำงานหนักมากเพื่อช่วยให้คนคิดได้ ช่วยให้คนอยู่ได้ จะหากษัตริย์ในประเทศอื่นไม่ค่อยมีแบบนี้ ปัญหาคือคนไทยส่วนมากนับถือในหลวง แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสอนของในหลวง พระองค์ท่านบอกมา ๒๗ ปีถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนไทยก็ไม่รู้จักพอเพียง เอาอย่างเดียว ถึงยกมือไหว้ในหลวง แต่เวลาดำรงชีวิตไม่ได้ทำตามในหลวง ก็ในหลวงบอกไว้แล้วว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเสือ ขอให้มีอยู่มีกินไว้ก่อน ถ้าทุกคนเริ่มคิดจริงๆ ถึงสิ่งที่ในหลวงพูด เราน่าจะช่วยให้ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะความคิดของในหลวงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต้องอาศัยพลังแผ่นดิน ทำได้เฉพาะประเทศไทยนะ เศรษฐกิจพอเพียง ที่อื่นทำไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะเหมือนประเทศไทย พวกคุณโชคดีที่ได้แผ่นดินดีๆ ได้ผู้นำ (ในหลวง) ที่ดีด้วย และเรื่องที่ ๓ เรื่องศาสนา ผมคิดว่า ศาสนาพุทธมีความสำคัญมากๆ สำหรับคนไทย ไม่ใช่แค่นับถือไหว้พระ แค่นั้นไม่พอ แต่อยู่ที่การปฏิบัติด้วยนะ มักน้อย สันโดษ พอเพียง ธรรมะคือธรรมชาติ เป็นเรื่องง่ายๆ พึ่งตนเองก็ได้ ปรัชญาของศาสนาพุทธทำได้นะ แต่คนไทยจำนวนน้อยที่เข้าใจ จริงๆ แล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ออกแบบให้เหมาะสมสำหรับคนบ้านนอก ให้ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ทำลาย ไม่เอาเปรียบ แต่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมขาติ คุณโชคดีมากๆ ที่เกิดในประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปรบกับใคร ไม่ต้องไปเอาน้ำมันจากใคร ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น ประเทศไทยอยู่ได้ กินอิ่ม มีเหลือแจกด้วย อย่าไปคิดเรื่องเงินอะไรมาก อย่าลดคุณค่าความเป็นไทยของตัวเองลง คนไทยส่วนมากนิสัยดีจริงๆ คนไทยมีน้ำใจ หายากนะ คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก ทั้ง ๓ อย่างนี้ พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้ ชีวิตที่ไม่ทะเยอทะยานเกินไป คือชีวิตที่มีคุณภาพ ชาวบ้านทุกคนทำได้ ผมเองถึงยังทำไม่สำเร็จ แต่มั่นใจว่าจะทำได้แน่ในอนาคต ถ้าผมทำได้ คนอื่นก็คงทำได้ง่ายกว่าผมเยอะ ทุกอย่างอยู่ที่เรา ถ้าเราไม่อยากได้อะไรมากเกินไปในชีวิต ชีวิตมันก็ง่าย พยายามทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้น อย่าให้มันสับสน อย่าให้มันลำบาก พยายามรักษาสิ่งแบบนี้ให้ดี และ อย่าเชื่อฝรั่งมากเกินไป. และอีกมาก เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง

กรกฎาคม 13, 2008 แสดงความเห็นโดย sutatddt | ในหลวงของเรา | | No Comments Yet